เรื่องราวขึ้นๆ ลงๆ ในชีวิตมักไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่กลับเป็นส่วนธรรมดาสามัญที่สุดในชีวิต ไม่ใช่ว่าเราทำอะไรผิด เพียงแต่ชีวิตนั้นซับซ้อน คดเคี้ยว และเต็มไปด้วยความผันผวนที่ไม่คาดคิด บางทีเราอาจถูกกำหนดให้พบเจอและก้าวข้ามช่วงเวลาเหล่านี้ที่รบกวนความสงบสุขในจิตใจของเรา
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริงไม่ใช่การตัดขาดความยุ่งยากทั้งหมดอย่างเร่งรีบ หรือการแก้ไขปัญหาทั้งหมดโดยทันที ยิ่งเราวิตกกังวลมากเท่าไหร่ จิตใจของเราก็ยิ่งติดกับดักมากขึ้นเท่านั้น สิ่งที่เราต้องการคือ...สภาวะจิตใจที่สงบ,ชนิดของกิริยาท่าทางที่สงบนิ่งเพื่อให้ตนเองสามารถจัดการกับทุกสิ่งที่ชีวิตโยนเข้ามาได้
เมื่อเราไม่ถูกผูกมัดด้วยปัญหาในปัจจุบัน และไม่ถูกอารมณ์ครอบงำอีกต่อไป พลังที่เราไม่เคยรู้ตัวก็จะผุดขึ้นมาภายในตัวเรา ด้วยพลังภายในนี้ เราจะมองเห็นได้กว้างไกล ทะลุผ่านความสับสนวุ่นวายที่ผิวเผิน และมองเห็นอีกด้านหนึ่งของสิ่งต่างๆ ว่าอุปสรรคเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว และความสับสนวุ่นวายเป็นเพียงเปลือกนอก
เมื่อคุณช้าลง โลกก็อ่อนโยนลง
ช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ แต่สวยงามเหล่านั้นจะเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ
แสงสีทองส่องผ่านหน้าต่าง
เสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆ ตามสายลม
รอยยิ้มสบาย ๆ ของผู้คนที่เดินผ่านไปมา
ช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญเหล่านี้เปรียบเสมือนเชิงอรรถของชีวิต อ่อนโยนและยั่งยืน เตือนใจเราว่าแม้ในความสับสนวุ่นวายก็ยังมีความเป็นระเบียบ สว่างไสวแม้ในความสับสน และแม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยความขึ้นๆ ลงๆ แต่ก็ยังมีที่แห่งความสงบสุขที่ส่องสว่างชีวิตเราอย่างเงียบๆ อยู่เสมอ
บางครั้ง ความสงบและทัศนคติที่ไม่เร่งรีบนี่แหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ให้เราก้าวข้ามผ่านความโกลาหล
มันยังช่วยให้เราเห็นแสงสว่างในตัวเองด้วย

