ในยุคสมัยที่เร่งรีบ ผู้คนมักโหยหาสถานที่ผ่อนคลาย หลีกหนีความวุ่นวาย และกลับมาใกล้ชิดธรรมชาติ เมืองเหวินถัง ในเมืองอี้ชุน มณฑลเจียงซี เปรียบเสมือนเมืองน้ำพุร้อนที่เปี่ยมด้วยธรรมชาติ น้ำพุร้อนของเมืองนี้มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี ด้วยน้ำใสสะอาดบริสุทธิ์ อุดมไปด้วยธาตุอาหารกว่า 20 ชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ รวมถึงซีลีเนียมและกรดเมตาซิลิซิก นับเป็นน้ำพุร้อนที่อุดมไปด้วยซีลีเนียมที่หาได้ยากยิ่งในประเทศจีน การแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนที่อุดมไปด้วยซีลีเนียมแห่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยคลายความเหนื่อยล้า แต่ยังให้ความรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ทั้งร่างกายและจิตใจอีกด้วย

เมืองเหวินถังโอบล้อมด้วยขุนเขา ปกคลุมไปด้วยหมอก และอากาศบริสุทธิ์ ยามเช้าตรู่เมื่อเดินตามทางเดินหิน คุณจะได้ยินเสียงน้ำผุดพรายใต้ฝ่าเท้า และเสียงนกร้องและสายลมที่พัดผ่านหู ชาวบ้านมักกล่าวขานว่าน้ำผุดในเหวินถังนั้น "บำรุง" เหมาะทั้งการอาบและดื่ม อุณหภูมิของน้ำผุดอยู่ที่ประมาณ 68-72 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล ปราศจากกำมะถัน และรสชาติหวาน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าน้ำผุดที่อุดมไปด้วยซีลีเนียมของที่นี่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งและต้านอนุมูลอิสระ การแช่น้ำเป็นเวลานานสามารถส่งเสริมการเผาผลาญอาหาร ส่งผลอย่างมากต่อการนอนหลับที่ดีขึ้นและควบคุมการทำงานของร่างกาย
การเดินทางจากใจกลางเมืองอี้ชุนไปยังเมืองเหวินถังนั้นสะดวกสบายมาก ผู้ขับขี่สามารถลงทางด่วนที่ทางออกอี้ชุนซีชุน ผ่านเมืองซีชุน แล้วใช้ทางหลวงเหวินซาเพื่อไปยังเมือง หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือใช้ถนนวงแหวนตะวันตกอี้ชุน เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 320 หลังจากชมซุ้มประตูภูเขาหมิงเยว่แล้ว ให้ขับต่อไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตรก็จะถึงเมือง หากเลือกเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ ให้ขึ้นรถบัสสาย 5 หรือ 2 จากสถานีรถไฟไปยังสถานีขนส่งสายตะวันตก จากนั้นต่อรถบัสท่องเที่ยวสาย K116 หรือ K118 ไปยังเมืองเหวินถังโดยตรง ทิวทัศน์ระหว่างทางสวยงามตระการตา เต็มไปด้วยขุนเขาและลำธารที่พาให้การเดินทางเต็มไปด้วยความคาดหวัง

เมื่อมาเยือนเหวินถัง นอกจากการแช่น้ำพุร้อนแล้ว สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน อาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อที่สุดคือไข่เค็มเหวินถัง ซึ่งทำจากการบ่มไข่ในโคลนกับน้ำพุร้อน ไข่ขาวใส ไข่แดงเข้มข้น รสชาติกลมกล่อม อุดมไปด้วยซีลีเนียม ทำให้ทั้งดีต่อสุขภาพและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เค้กนึ่งเหวินถัง ทำจากเหล้าข้าวเหนียว งาดำ น้ำมันหมู และน้ำพุร้อน ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่หวาน นุ่มละมุน และเป็นสัญลักษณ์ของความมงคล นอกจากนี้ยังมีเต้าหู้ร้อน ที่ใช้น้ำส้มสายชูแทนยิปซัมในการจับตัวเป็นก้อน ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม ละมุนลิ้น และกลิ่นหอมของถั่ว หากคุณชอบดื่มชา ลองนำชาเก๊กฮวยเหวินถังติดตัวไปด้วย ชาที่ชงด้วยน้ำที่อุดมด้วยซีลีเนียม ให้สีใส สีทองอร่าม รสชาติหอมสดชื่น
หลังจากแช่น้ำพุร้อนแล้ว ลองแวะไปที่จุดชมวิวภูเขาหมิงเยว่ เพื่อปีนขึ้นไปชมเมฆหมอก และสัมผัสความเงียบสงบและอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางขุนเขาและผืนน้ำ ภูเขาหมิงเยว่มีชื่อเสียงในด้านรูปทรงภูเขาที่สวยงาม เมฆหมอก และหมอกอันน่าอัศจรรย์ มอบทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละฤดูกาล อีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาดคือจุดชมวิวความรักนิรันดร์หมิงเยว่ ซึ่งนำเสนอประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และตำนานความรักของอี้ชุนผ่านการแสดงสดขนาดใหญ่ สร้างสรรค์ภาพอันงดงามตระการตาด้วยแสง เงา และการเต้นรำ หากต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ลองพักที่ Wentang Selenium Hot Spring Resort เปิดหน้าต่างเพื่อชมขุนเขาเขียวขจี และแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนยามค่ำคืน พร้อมชมแสงดาวสะท้อนบนผืนน้ำ เป็นประสบการณ์อันแสนสุขอย่างแท้จริง
ช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมของปีถัดไปเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสัมผัสประสบการณ์น้ำพุร้อนออนตัง อากาศเย็นสบายปะทะกับน้ำพุร้อนอุ่นๆ มอบประสบการณ์ที่อ่อนโยนและผ่อนคลายที่สุด สำหรับผู้ที่มาครั้งแรก ขอแนะนำให้จำกัดการแช่น้ำให้เหลือเพียงประมาณ 15 นาที พักสักครู่ก่อนลงสระเพื่อหลีกเลี่ยงการออกแรงมากเกินไป หากคุณสามารถพักที่ออนตังสักหนึ่งหรือสองคืน แช่น้ำพุร้อน ดื่มด่ำกับทัศนียภาพในตอนกลางวัน จิบชา และพูดคุยกันในตอนเย็น คุณจะได้สัมผัสกับความหมายของ "ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์" อย่างแท้จริง
ขณะที่คุณนั่งริมธารน้ำอุ่นไหลรินใต้ฝ่าเท้า และขุนเขาอันไกลโพ้นที่ปกคลุมไปด้วยหมอก คุณจะตระหนักได้ว่าความหมายของการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ระยะทางไกล หากแต่อยู่ที่การค้นพบความสงบสุขและความสมดุลภายในอีกครั้ง เมืองเหวินถังไม่ได้เป็นเพียงสวรรค์แห่งน้ำพุร้อน แต่ยังเป็นเสมือนการปลอบประโลมอันอ่อนโยนที่ธรรมชาติมอบให้กับทุกจิตวิญญาณที่เหนื่อยล้า
บางทีแก่นแท้ของการเดินทางอาจอยู่ที่การเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับตัวเองในแต่ละครั้งที่ออกเดินทางและพักอยู่ และในน้ำพุร้อน คุณจะเข้าใจว่าการเยียวยาที่ดีที่สุดคือการทำให้ชีวิตดำเนินไปอย่างเชื่องช้า

